รายงานการประชุม/ผลงาน ::

Welcome, Guest
Username: Password: Remember me
  • Page:
  • 1

TOPIC: ต้องยื่นขอจดทะเบียนคณะกรรมการ..หรือไม่?‏ โดยจรูญ

ต้องยื่นขอจดทะเบียนคณะกรรมการ.​.หรือไม่?‏ โดยจรูญ 4 years 9 months ago #51

  • cypboard
  • cypboard's Avatar
  • OFFLINE
  • Administrator
  • Posts: 7
  • Karma: 0
ต้องยื่นขอจดทะเบียนคณะกรรมการ..หรือไม่?‏
โดยจรูญ ทองนอก
เรียน คณะกรรมการ และสมาชิกทุกท่านครับ เพื่อพิจารณา และสร้างความเข้าใจให้ถูกต้องเป็นแนวเดียวกัน กับคำถามที่ว่า... ความถูกต้อง สมบูรณ์ของคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้น หรือจะปฏิบัติหน้าที่ได้ตั้งแต่เมื่อใด ?...และต้องยื่นขอจดทะเบียนคณะกรรมการต่อเจ้าพนักงานที่ดินหรือไม่ ?
ผมขอสรุปสั้น ๆ ตามข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง(แนบท้าย) ให้ลองพิจารณากันเอง ดังนี้นะครับ
1. คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร เกิดมาจากการเลือกตั้ง หรือความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่สมาชิก ตามข้อบังคับนิติบุคคล โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายแห่ง พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 และให้มีหน้าที่ดำเนินกิจการของนิติบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมาย และข้อบังคับภายใต้การควบคุมดูแลของที่ประชุมใหญ่สมาชิก ตลอดจนดำเนินการอื่นใดให้เป็นไปตามระเบียบ, ข้อบังคับนิติบุคคล และกฎหมายอื่น(ดูข้อ 1.1) เช่น กฎกระทรวง ฯ (ดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ข้อ 3) และระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง ฯ(ดูข้อ 4)
2. เมื่อกรรมการได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ และเลือกประธาน, รองประธาน และเลขานุการ แล้วประกาศให้สมาชิกทราบ(ตามข้อ 1.2) หรือเมื่อไม่มีผู้ร้องคัดค้าน หรือที่ประชุมใหญ่ให้ความเห็นชอบแล้ว เป็นกรรมการได้*(ดูข้อ 1.4) คณะกรรมการชุดใหม่จะปฏิบัติหน้าที่ได้เมื่อชุดเก่าครบวาระการดำรงตำแหน่ง(ดูข้อ 1.3)
3. ยังไม่พบว่ามีข้อกำหนดให้จดทะเบียนคณะกรรมการไว้ในส่วนใดของ ข้อบังคับนิติบุคคล,พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน ฯ, กฎกระทรวง และระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
1. ข้อบังคับ นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรชัยพฤกษ์ บางบัวทอง พ.ศ.2554 กำหนดไว้ ดังนี้
1.1 ให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร มีคณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามกฎหมาย และข้อบังคับนี้ภายใต้การควบคุมดูแลของที่ประชุมใหญ่สมาชิก และเป็นผู้แทนของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก(ข้อ 11) และดำเนินการอื่นใดให้เป็นไปตามกฎกระทรวง ฯ, ระเบียบ หรือข้อบังคับ ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง(ข้อ 13 ประกอบข้อ 8.6)
1.2 คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าสิบเอ็ดคน แต่ไม่เกินยี่สิบเอ็ดคน ซึ่งได้รับการเลือกตั้งตามมติของที่ประชุมใหญ่ ตามวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด และเป็นไปตามข้อบังคับนี้ โดยให้คณะกรรมการเลือกกรรมการเพื่อดำรงตำแหน่งประธานหนึ่งคน รองประธานไม่เกินสามคน และเลขานุการหนึ่งคน นอกนั้นเป็นกรรมการ แล้วประกาศให้สมาชิกทราบ (ข้อ 12)
1.3 คณะกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ และส่งมอบงานในความรับผิดชอบของคณะกรรมการภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ดำรงตำแหน่ง หากครบวาระแล้วยังไม่มีการเลือกตั้ง ให้คณะกรรมกาชุดเดิมปฏิบัติหน้าที่ไปก่อนจนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่(ข้อ 14)
1.4 กรณีมีผู้สมัครรับเลือกตั้งตามข้อ 12 จำนวนไม่ถึงยี่สิบเอ็ดคน หรือมีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการทดแทนตามข้อ 15 รวมกับกรรมการที่เหลือแล้วไม่เกินยี่สิบเอ็ดคน ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการได้โดยไม่ต้องจัดการเลือกตั้ง เว้นแต่มีสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบเข้าชื่อร่วมกันร้องคัดค้านการดำรงตำแหน่งกรรมการของผู้ใด ให้ผู้นั้นเป็นกรรมการได้เมื่อที่ประชุมใหญ่ด้วยเสียงข้างมากให้ความเห็นชอบแล้ว***(ข้อ 16)
2. พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา 45 กำหนดให้ตัวแทนผู้ซื้อที่ดินจัดสรรยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรต่อเจ้าพนักงานที่ดินพร้อมด้วยข้อบังคับที่มีรายการตามที่กำหนดในกฎกระทรวง โดย **การขอจดทะเบียนจัดตั้ง การควบ การยกเลิก และการบริหารนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง**
3. กฎกระทรวง ฯ ว่าด้วยการขอจดทะเบียนจัดตั้ง การบริหาร การควบ และการยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร พ.ศ. 2545 กำหนดไว้ดังนี้
3.1 ให้ตัวแทนผู้ซื้อที่ดินจัดสรรยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรต่อเจ้าพนักงานที่ดินพร้อมด้วยเอกสารรายงานการประชุม สำเนาข้อบังคับ หนังสือรับแจ้งให้จัดตั้งนิติบุคคลและบัญชีที่ดินสาธารณูปโภค ฯลฯ (ข้อ 2)
3.2 ให้คณะกรรมการ ยื่นคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ ต่อเจ้าพนักงานที่ดินพร้อมด้วยรายงานการประชุมของที่ประชุมใหญ่ และสำเนาข้อบังคับที่มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ และเมื่อเจ้าพนักงานที่ดิน ฯ จดทะเบียนให้แล้วข้อบังคับจึงมีผลใช้บังคับได้ (ข้อ 9)
3.3 สมาชิกอาจร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ที่มีการประชุม หรือลงมติโดยไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับได้ โดยร้องขอต่อศาลภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ลงมติ(ข้อ 15)
3.4 ให้รายงานกิจการ งบดุล บัญชีรายรับรายจ่ายซึ่งผู้สอบบัญชีได้รับรองแล้วต่อคณะกรรมการจัดสรรที่ดินภายในสามเดือนนับแต่วันสิ้นงวดการบัญชี (ข้อ 17)
3.5 ให้แก้ไขข้อ บกพร่อง รายงานตามข้อ 3.4 ซึ่งคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน ให้แก้ไขตามวิธีการที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกำหนด (ข้อ 18)
3.6 ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนควบนิติบุคคลต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เมื่อประสงค์จะควบนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร (ข้อ 19)
3.7 ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เมื่อต้องการยกเลิกนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร (ข้อ 21)
4. ระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง ว่าด้วยการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น และการขออนุมัติดำเนินการเพื่อการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค พ.ศ.2545 กำหนดให้ผู้จัดสรรที่ดินพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภค เมื่อจดทะเบียนโอนทรัพย์สิน และส่งมอบเงินค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคที่ต้องรับผิดชอบ ให้แก่นินิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรแล้ว(ข้อ 12) และระเบียบคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการจัดเก็บค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและการจัดทำสาธารณูปโภค กำหนดให้จัดทำบัญชีแต่ละเดือนเก็บไว้ที่สำนักงานตามข้อบังคับนิติบุคคล โดยต้องมีรายการแสดงงบรายรับรายจ่าย ตามมาตรฐานหลักการบัญชีและงบดุลเกี่ยวกับสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของสมาชิกด้วย(ข้อ 11)

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมกับเจ้าพนักงานที่ดิน พบว่ามีระเบียบกรมที่ดิน ซึ่งอยู่นอกเหนือจากที่ พ.ร.บ.กำหนด แต่เพื่อประโยชน์ของนิติบุคคล ฯ ระเบียบนี้จึงกำหนดให้แจ้งรายชื่อคณะกรรมการต่อเจ้าพนักงานที่ดินเป็นหนังสือ พร้อมรายงานการประชุม เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำทะเบียนรายชื่อไว้ ตามรายละเอียด ดังนี้

ระเบียบกรมที่ดิน
ว่าด้วยการจดแจ้งรายชื่อคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร
พ.ศ.2552
โดยที่เห็นเป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจดแจ้งรายชื่อคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เพื่อประโยชน์สำหรับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในการติดต่อหรืออ้างอิงกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ซึ่งแก้เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ประกอบกับข้อ 2(1) (4) และข้อ 4 ก.(17) (ข) (ง) แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2545 ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 กรมที่ดินจึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการจดแจ้งรายชื่อคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร พ.ศ.2552”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ข้อ 3 บรรดาระเบียบ คำสั่ง หรือหนังสือสั่งการใดที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ 4 เมื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรแล้ว ให้แจ้งรายชื่อคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเป็นหนังสือ พร้อมหลักฐานรายงานการประชุมของที่ประชุมใหญ่ต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหรือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาแห่งท้องที่ ซึ่งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรนั้นตั้งอยู่
ข้อ 5 ให้เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำทะเบียนรายชื่อคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร ตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้ โดยเรียงลำดับเลขทะเบียน ตามหนังสือสำคัญการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร(จ.ส.ก.10)
ข้อ 6 เมื่อได้รับการแจ้งรายชื่อคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรจากนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร พร้อมหลักฐานตามข้อ 4 แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งรายชื่อคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรลงในทะเบียนรายชื่อคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร และให้หมายเหตุมติที่ประชุมใหญ่พร้อมรายละเอียด แล้วลงลายมือชื่อพร้อมวัน เดือน ปี กำกับไว้
ข้อ 7 ในกรณีที่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรให้นำความตามข้อ 6 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ หากเป็นการเปลี่ยนแปลงรายชื่อคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเพียงบางราย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งโดยยกรายชื่อกรรมการที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาจดไว้เป็นลำดับต้น แล้วจึงจดแจ้งรายชื่อกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ไว้ในลำดับถัดไป
ข้อ 8 ให้ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รักษาการตามระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

(ลงชื่อ) อนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ
(นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ)
อธิบดีกรมที่ดิน
The administrator has disabled public write access.
  • Page:
  • 1
Time to create page: 0.379 seconds
Powered by Kunena Forum